ใครแต่งงานกับซาราห์ เชอร์ชิลล์ ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระ?
จอห์น เชอร์ชิลล์ ดยุคแห่งมาร์ลบะระห์ที่ 1 แต่งงานแล้ว ซาราห์ เชอร์ชิลล์ ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระ วันที่ Sarah Churchill, Duchess of Marlborough อายุ 18 ปีในวันแต่งงาน (18 ปี 3 เดือน 16 วัน) จอห์น เชอร์ชิลล์ ดยุคแห่งมาร์ลบะระห์ที่ 1 อายุ 28 ปีในวันแต่งงาน (28 ปี 3 เดือน 26 วัน) ช่องว่างอายุ 10 ปี 0 เดือน 10 วัน.
ซาราห์ เชอร์ชิลล์ ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระ
ซาราห์ เชอร์ชิล ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระ (อังกฤษ: Sarah Churchill, Duchess of Marlborough) หรือชื่อเดิมคือ ซาราห์ เจ็นนิงส์ (Sarah Jennings) เป็นสตรีสูงศักดิ์ชาวอังกฤษ เป็นผู้มีบทความสำคัญในการเป็นพระสหายสนิทของสมเด็จพระราชินีนาถแอนน์แห่งบริเตนใหญ่ ในรัชสมัยของพระองค์ซาราห์ได้รับตำแหน่งสูงสุดสำหรับสตรีในราชสำนักในฐานะเจ้ากรมพระภูษามาลา ความสัมพันธ์อันสนิทสนมของแอนน์และพระนางเจ้าแอนน์เป็นที่รู้กันทั่วไปจึงทำให้ผู้ที่ต้องการอะไรจากพระนางเจ้าแอนน์ต้องเข้ามาขอให้ซาราห์ช่วย นอกจากนั้นซาราห์ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการก่อสร้างวังเบลนิมเพื่อเป็นเกียรติแก่สามีผู้เป็นวีรบุรุษในการสงคราม
ในสมัยที่การแต่งงานของผู้มีฐานะเป็นการแต่งงานเพื่อเพิ่มฐานะทางการเงินแต่ซาราห์มีความสัมพันธ์อันดีกับสามี จอห์น เชอร์ชิล ดยุกแห่งมาร์ลบะระ ผู้ที่ซาราห์สมรสด้วยเมื่อปีค.ศ. 1677 ซาราห์เข้าข้างเจ้าหญิงแอนน์ระหว่างการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์และหลังจากที่พระเจ้าเจมส์ที่ 2สละราชสมบัติ เมื่อเจ้าหญิงแอนน์ขึ้นเสวยราชย์หลังจากพระเจ้าวิลเลียมที่ 3สวรรคตในปีค.ศ. 1702 เป็นพระนางเจ้าแอนน์ ดยุกแห่งมาร์ลบะระและ ซิดนีย์ กอดอลฟีน เอิร์ลแห่งกอดอลฟีนที่ 1 (Sidney Godolphin, 1st Earl of Godolphin) ก็ได้รับตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างซาราห์กับพระนางเจ้าแอนน์ เมื่อดยุกแห่งมาร์ลบะระนำทัพไปต่อสู้ในสงครามสืบราชบัลลังก์สเปนในยุโรป ซาราห์ก็เขียนจดหมายไปถึงสามีเล่าถึงความเป็นไปในราชสำนัก และนอกจากนั้นซาราห์ก็ยังเป็นผู้มีอิทธิพลในการให้คำปรึกษาแก่พระนางเจ้าแอนน์เมื่อดยุกแห่งมาร์ลบะระส่งรายงานการสงครามกลับมาถวายจากสนามรบ
ความเป็นหัวแข็งและความเป็นคนชอบเอาชนะของซาราห์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระนางเจ้าแอนน์และซาราห์มาสิ้นสุดลงในที่สุดในปีค.ศ. 1711 ซาราห์และสามีถูกปลดจากหน้าที่ในราชสำนัก แต่ก็ได้กลับรับราชการอีกครั้งในสมัยราชวงศ์ฮันโนเฟอร์หลังจากพระนางเจ้าแอนน์เสด็จสวรรคต แต่ต่อมาซาราห์ก็ยังคงมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับคนสำคัญๆ รอบข้างอีกหลายคนเช่น เฮนรีเอ็ตตา กอดอลฟีน ดัชเชสที่ 2แห่งมาร์ลบะระ ลูกสาวคนที่สอง; จอห์น แวนบรูห์ (John Vanbrugh) สถาปนิกผู้ออกแบบและสร้างวังเบลนิม; รอเบิร์ต วอลโพล เอิร์ลแห่งออร์ฟอร์ด ผู้มักจะถูกบรรยายว่าเป็น “นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร”คนแรก; พระเจ้าจอร์จที่ 2 และ พระราชินีคาโรลีน หลังจากที่ดยุกแห่งมาร์ลบะระถึงแก่อสัญกรรมซาราห์ก็ได้รับเงินจำนวนที่มากพอที่จะทำให้เป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในยุโรปคนหนึ่ง ซาราห์เสียชีวิตราววันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1744 เมื่ออายุได้ 84 ปี
อ่านเพิ่มเติม...
จอห์น เชอร์ชิลล์ ดยุคแห่งมาร์ลบะระห์ที่ 1
John Churchill, I duque de Marlborough, I príncipe de Mindelheim, I conde de Nellenburg y príncipe del Sacro Imperio Romano Germánico (Devonshire, Inglaterra, 26 de mayo de 1650-Windsor Lodge, 16 de junio de 1722) fue un militar, estadista y político inglés cuya carrera abarcó el reinado de cinco monarcas ingleses, entre mediados del siglo XVII y principios del siglo XVIII. Fue uno de los más grandes generales de Inglaterra, liderando a los ejércitos británicos y aliados hacia importantes victorias sobre Luis XIV de Francia, durante la guerra de sucesión española, particularmente en Höchstädt (1704), Ramillies (1706) y Oudenaarde (1708).
Estas victorias consolidaron el surgimiento de Gran Bretaña como potencia de primera línea, mientras que su capacidad para mantener la unidad en la conflictiva coalición demostró sus habilidades diplomáticas. Los historiadores militares lo recuerdan a menudo tanto por sus habilidades organizativas y logísticas como por sus habilidades tácticas. Sin embargo, también fue fundamental para alejarse de la estrategia de guerra de asedio que había dominando la guerra de los Nueve Años. Churchill se ganó una reputación en Europa que no tuvo rival hasta el ascenso de Napoleón.
La célebre canción popular Mambrú se fue a la guerra procede de una deformación de la fonética de su título ducal. Fue antepasado del ex primer ministro británico Winston Churchill.
อ่านเพิ่มเติม...