ใครแต่งงานกับQueen Seonui?

  • พระเจ้าคย็องจงแห่งโชซ็อน แต่งงานแล้ว Queen Seonui วันที่ Seonui อายุ 12 ปีในวันแต่งงาน (12 ปี 10 เดือน 15 วัน) พระเจ้าคย็องจงแห่งโชซ็อน อายุ 29 ปีในวันแต่งงาน (29 ปี 10 เดือน 16 วัน) ช่องว่างอายุ 17 ปี 0 เดือน 1 วัน.

    การแต่งงานดำเนินไป 5 ปี 11 เดือน 12 วัน (2173 วัน) การแต่งงานสิ้นสุดลงในวันที่ สาเหตุ: การเสียชีวิตของหัวเรื่อง

Queen Seonui: ไทม์ไลน์สถานะการแต่งงาน

Queen Seonui

Queen Seonui (Korean: 선의왕후; 14 December 1705 – 12 August 1730) of the Hamjong Eo clan, was the second wife of Yi Yun, King Gyeongjong, the 20th Joseon monarch. She was Queen of Joseon from 1720 until her husband's death in 1724, after which she was honoured as Royal Queen Dowager Gyeongsun (경순왕대비).

อ่านเพิ่มเติม...
 
Wedding Rings

พระเจ้าคย็องจงแห่งโชซ็อน

พระเจ้าคย็องจง (เกาหลี: 경종; ฮันจา: 景宗; อาร์อาร์: Gyeongjong; เอ็มอาร์: Kyŏngjong ค.ศ. 1688 — ค.ศ. 1724) เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 20 แห่งราชวงศ์โชซ็อน (ค.ศ. 1720 - ค.ศ. 1724)

พระเจ้าคย็องจง พระนามว่า อี ยุน เสด็จพระราชสมภพเมื่อ ค.ศ. 1688 เป็นพระโอรสของพระเจ้าซุกจงกับพระสนมโซอีย ตระกูลชัง เมื่อมีพระโอรสแล้วจึงได้รับการเลื่อนขั้นเป็น พระสนมฮีบิน (희빈 장씨, 禧嬪 張氏) ใน ค.ศ. 1689 พระเจ้าซุกจงมีพระดำริจะตั้งเจ้าชายอีคยุนเป็นเจ้าชายรัชทายาท ซึ่งขัดกับธรรมเนียมว่าให้รอพระโอรสจากพระมเหสีก่อน ซึ่งก็เป็นที่คัดค้านของฝ่ายตะวันตก แต่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายใต้ ในปีเดียวกันนั้น มีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง พระเจ้าซุกจงทรงแต่งตั้งพระสนมฮีบินเป็นพระมเหสี และเนรเทศขุนนางฝ่ายตะวันตกออกไปหมด ทำให้เจ้าชายอี ยุน ทรงได้เป็นพระโอรสที่เกิดแต่พระมเหสี และได้รับแต่งตั้งเป็นพระรัชทายาท หรือ วังเซจา (王世子 왕세자) เมื่อ ค.ศ. 1690

แต่แล้วพระเจ้าซุกจงก็ทรงเปลี่ยนพระทัย ปลดพระราชมารดากลับไปเป็นพระสนมฮีบินดังเดิมใน ค.ศ. 1694 และเมื่อ ค.ศ. 1701 ก็พบว่าพระสนมฮีบินกระทำการสาปแช่งพระนางอินฮย็อน จึงถูกสำเร็จโทษเสีย เจ้าชายรัชทายาทจึงทรงต้องกำพร้าพระราชมารดา แต่ก็ทรงได้รับการสนับสนุนจากขุนนางฝ่ายโซนน (ซึ่งแตกออกมาจากฝ่ายตะวันตก) และทรงได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระราชบิดาใน ค.ศ. 1718 แต่ก็มีพระพลานามัยไม่ค่อยจะสู้ดีนัก และทรงต้องแข่งกับเจ้าชายย็อนอิง (연잉군, 延礽君) พระอนุชาต่างพระราชมารดา ที่มีฝ่ายโนนนให้การสนับสนุนอยู่ เมื่อพระเจ้าซุกจงสวรรคตเมื่อ ค.ศ. 1720 เจ้าชายรัชทายาทก็ได้ขึ้นครองราชสมบัติ

ตลอดรัชสมัยของพระเจ้าคย็องจงประชวรและบรรทมอยู่ไม่สามารถว่าราชการได้ อีกทั้งเมื่อขึ้นครองราชย์ทรงพระชนมายุมากแล้วและยังไม่มีพระโอรส ขุนนางฝ่ายโนนนจึงถวายฎีกาขอให้ทรงแต่งตั้งเจ้าชายย็อนอิงเป็นพระอนุชารัชทายาท หรือ วังเซเจ (왕세제, 王世弟) ซึ่งพระเจ้าคย็องจงก็ทรงแต่งตั้งเมื่อ ค.ศ. 1721 ต่อมาฝ่ายโนนนได้ขอให้พระอนุชารัชทายาทเป็นผู้สำเร็จราชการแทน ขุนนางฝ่ายโซนนจึงกล่าวหาพระอนุชารัชทายาทและพวกขุนนางฝ่ายโนนนว่าเป็นกบฏหมายจะยึดบัลลังก์ให้แก่พระอนุชารัชทายาท ฝ่ายโนนนจึงถูกกวาดล้าง ถูกประหารชีวิตและเนรเทศ แต่พระเจ้าคย็องจงก็ทรงไม่สามารถว่าราชการได้เลย จึงทรงแต่งตั้งพระอนุชารัชทายาทเป็นผู้สำเร็จราชการแทนเมื่อ ค.ศ. 1722 แล้วก็อีกครั้งที่ฝ่ายโซนนกล่าวหาฝ่ายโนนนว่าก่อการกบฏ จึงมีการกวาดล้างอีกครั้ง เรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า การลงทัณฑ์ปีชินอิม (신임옥사, 辛壬獄事)

พระเจ้าคย็องจงสวรรคตเมื่อ ค.ศ. 1724 โดยที่ไม่มีพระโอรส มีพระสุสานชื่อว่า อีนึง (의릉, 懿陵) พระอนุชารัชทายาทจึงขึ้นครองราชสมบัติต่อ เป็นพระเจ้าย็องโจ

อ่านเพิ่มเติม...